เอ็ดดี้ นิวตัน ฟันธงสาเหตุซาลาห์-เดอบรอยน์ไม่รุ่งยุคมูรินโญ่

เอ็ดดี้ นิวตัน อดีตโค้ชที่ดูแลการยืมตัวของ เชลซี แสดงความเห็นว่าสาเหตุทึ่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ล้มเหลวกับ เชลซี น่าจะเป็นเพราะบุคลิกไม่ตรงกับที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องการ 

เอ็ดดี้ นิวตัน อดีตโค้ชที่ดูแลการยืมตัวของ เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าสาเหตุที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ไม่สามารถประสบความสำเร็จกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้นั้น เป็นเพราะทั้งคู่มีบุคลิกที่ไม่ถูกใจ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีมในช่วงนั้น

หนึ่งในสิ่งที่ขึ้นชื่อลือชาของ เชลซี ufabet คือการที่พวกเขาดึงนักเตะทั้งระดับเยาวชนและทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพหลายต่อหลายราย แล้วจากนั้นก็ปล่อยพวกเขาไปเล่นแบบยืมตัวกับที่อื่นเพื่อหาเงินเข้าสโมสรบ้างในกรณีที่แข้งระดับเยาวชนดูไม่ดีพอที่จะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ หรือในกรณีที่แข้งระดับทีมชุดใหญ่กลายเป็นส่วนเกินของทีม

ufabet

แนวทางดังกล่าวส่งผลให้ เชลซี ยังพอมีรายได้เข้ากระเป๋าบ้าง

และตอนนี้หลายทีมก็ทำตามแนวทางของพวกเขาเหมือนกัน อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มันก็มีนักเตะบางรายที่ตอนแรก เชลซี ไม่คิดที่จะใช้งานมากนัก ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะกลายเป็นนักเตะชั้นยอด อย่างเช่น ซาลาห์ ที่กำลังไปได้สวยกับ ลิเวอร์พูล และ เดอ บรอยน์ ที่ตอนนี้เป็นแกนหลักของ “เรือใบสีฟ้า”เป็นต้น โดยก่อนที่จะถูกขายออกจากทีมนั้นทั้งคู่ก็เคยโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมอื่นเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้บางคนล้อ เชลซี ว่ามองไม่เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของแข้งเหล่านั้น

นิวตัน เผยว่า “ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ากรณีของ ซาลาห์ กับ เดอ บรอยน์ มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องพรรสวรรค์ แต่เป็นการที่พวกเขามีปัญหาด้านบุคลิกกับเขา (มูรินโญ่) มากกว่า ผมคิดว่าพวกเขาจะไม่มีทางไปรุ่งกับทีมได้ ส่วนตัวแล้วผมมองว่าพวกเขามีฝีเท้าดีเกินพอที่จะเล่นให้ทีม แต่ปัญหาก็คือผู้จัดการทีมไม่ถูกกับพวกเขา ดังนั้นมันไม่มีทางที่ทั้งคู่จะไปรุ่งกับทีมได้”

ufabet

ทั้งนี้ นอกจาก ซาลาห์ กับ เดอ บรอยน์ แล้วนั้น โรเมลู ลูกากู ก็เคยเป็นนักเตะที่ เชลซี มองว่าเป็นส่วนเกินจนปล่อยเขาไปอยู่กับทีมอื่นแบบยืมตัวแล้วขายขาดเหมือนกัน แต่ล่าสุดก็ดึงเขากลับมาอยู่กับทีม ซึ่ง นิวตัน

บอกว่ากรณีของ ลูกากู ต่างกับ ซาลาห์ และ เดอ บรอยน์ จากการที่ตอนนั้น ลูกากู ยังไม่เก่งพอที่จะเล่นให้ เชลซี จริงๆ “กรณีของ ลูกากู น่ะผมบอกเลยว่าตอนนั้นเขายังไม่พร้อมที่จะเล่นให้ทีม ผมไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะพูดว่ายังไง”

“ตอนนั้นเขายังไม่พร้อมที่จะเป็นกองหน้าเบอร์ 9 ตัวหลักของทีมและรับหน้าที่แบบ ดิดิเย่ร์ (ดร็อกบา) ได้ เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ดิดิเย่ร์ อยู่เสมอ และตอนนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับเขาเท่าไหร่นัก นักเตะแต่ละคนต่างก็มีสถานการณ์ที่ต่างกันไปล่ะนะ”

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร hostmypics.com