แมนฯ ซิตี้ แจงประเด็นเพลงฉาวเย้ยลิเวอร์พูล

แมนฯ ซิตี้ แถลงการณ์ว่านักเตะของพวกเขาไม่ได้ตั้งใจเย้ยแฟนบอล ลิเวอร์พูล ที่เคยได้รับบาดเจ็บ หรือโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่เลย หลังจากที่แข้ง “เรือใบสีฟ้า”

ร้องเพลงเยาะเย้ย “หงส์แดง” แบบเต็มที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด กล่าวว่านักเตะของพวกเขาไม่ได้ร้องเพลงฉลองโดยที่ตั้งใจสื่อถึงเรื่องที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บ หรือโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่แต่อย่างใด

“เรือใบสีฟ้า” เพิ่งคว้าแชมป์ลีกไปครองได้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากบุกไปชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 4-1

โดยพวกเขาได้แชมป์ครองด้วยผลงาน 98 คะแนน เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น ซึ่งหลังจบเกมนัดปิดฤดูกาลไปแล้วนั้น ทั้งนักเตะและกุนซือของทั้งสองทีมต่างก็ออกมาชมกันและกันที่ต่างฝ่ายต่างก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเบียดลุ้นแชมป์กันถึงนัดสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้มีการเปิดเผยคลิปที่นักเตะ แมนฯ ซิตี้บางคนร้องเพลงฉลองแชมป์กันอย่างร่าเริงบนเครื่องบินในตอนที่พวกเขาเดินทางกลับเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งเนื้อเพลงมีประโยคที่ล้อเลียน ลิเวอร์พูล เอาไว้อย่างเต็มที่

ได้แก่”อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์ อุตส่าห์ไปถึงกรุงเคียฟ แต่สุดท้ายก็แพ้ ร้องห่มร้องไห้บนอัฒจันทร์ แถมยังโดนอัดบนท้องถนน ฟ้องว่า ก็องปานี ทำให้ ซาลาห์ เจ็บด้วย เป็นเหยื่อไปซะทุกครั้งเลย สเตอร์ลิง ได้แชมป์แล้ว 2 รายการ แต่พวกสเกาเซอร์ไม่ได้แชมป์อะไรเลย อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์”

สำหรับประโยค “อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์ อัลเล่ซ์” เป็นหนึ่งในประโยคเชียร์ยอดฮิตในช่วงนี้ของ ลิเวอร์พูล ส่วนเรื่องไปถึงกรุงเคียฟแล้วแพ้ก็คือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อฤดูกาลก่อนที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ขณะที่เรื่อง ก็องปานี ทำให้ ซาลาห์ เจ็บ สื่อถึงเกมที่ทั้งสองทีมเจอกันในลีกเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ประโยคที่เป็นประเด็นร้อนมากที่สุดคือท่อนที่บอกว่า “โดนอัดบนท้องถนน” โดยหลายคนเชื่อว่ามันสื่อถึง ฌอน ค็อกซ์ แฟนบอล ลิเวอร์พูล ที่โดนกองเชียร์ อาแอส โรม่า ทำร้ายร่างกายอย่างหนักเมื่อซีซั่นก่อน หรือไม่ก็โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ แต่ล่าสุด แมนฯ ซิตี้บอกว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

“ความคิดใดๆ ก็ตามที่บอกว่าเนื้อร้องเป็นการสื่อถึง ฌอน ค็อกซ์ หรือโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ ถือเป็นการคาดเดากันไปเองเท่านั้น” แถลงการณ์ของ แมนฯ ซิตี้ ระบุ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมแรกที่หยุดความร้อนแรงของ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ เมื่อพวกเขาเปิดบ้านที่แมนเชสเตอร์ปราบคู่แข่งแย่งแชมป์ลีกไป 2-1 ขยับขึ้นมามี 50 คะแนน และตามหลัง ลิเวอร์พูล เหลือแค่ 4 แต้มในตอนนี้

ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้างระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ในเกมนัดที่ 21 ของฤดูกาล
ช่วงที่มีการนำเอาเทคโนโลยีโกลไลน์มาใช้ใหม่ๆ มีกูรูและนักฟุตบอลหลายคนออกมาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยหลักๆอ้างว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับฟุตบอลเป็นการทำลายสุนทรียภาพของการแข่งขัน รวมถึงความสนุกตื่นเต้นที่เกิดจากการตัดสินที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินด้วย แต่หลังจากที่เกมระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เตะไปเมื่อคืนนี้ เชื่อเหลือเกินว่านักกีฬาหรือผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ต้องอยากให้มีระบบนี้อยู่ในสนามแน่ๆ

ในนาทีที่ 18 ลิเวอร์พูล ชวดได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ จอห์น สโตนส์ พยายามเตะบอลออกมาจากเขตโทษของตัวเอง แต่จังหวะนั้น เอแดร์ซอน ไม่รู้ว่า สโตนส์ จะเตะทิ้ง เขาเลยพยายามพุ่งไปชกบอล ผลคือ สโตนส์ เตะไปติด เอแดร์ซอน จนบอลกระดอนไปที่เส้นประตู ก่อนที่ สโตนส์ จะวิ่งตามไปเตะทิ้งออกมาได้

ซึ่งจังหวะดังกล่าวมันหวุดหวิดมากจริงๆ เพราะถ้าใช้สายตาของคนปกติจะดูแทบไม่ออกเลยว่าบอลยังไม่ข้ามเส้น ขนาดเอาภาพจากโกลไลน์มาเทียบยังดูยากเลยว่ามีพื้นที่ที่อยู่บนเส้นเท่าไหร่กันจึงไม่ได้ประตู

ถือเป็น 1 ในข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าหากนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับเกมกีฬาอย่างเหมาะเจาะย่อมเป็นประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอน และน่าจะทำให้ความพยายามที่จะนำเอา VAR มาใช้จริงๆในพรีเมียร์ลีก เพิ่มมากขึ้นด้วย

แม้จะไม่สามารถงัดฟอร์มสุดยอดออกมาได้ทั้งเกม แต่ อเกวโร ยังคงแสดงให้เห็นว่าเขาคือกองหน้าระดับท็อปของโลก เมื่อใช้โอกาสเพียงครั้งเดียวที่เขาสามารถเอาบอลลงได้ดีตะบันประตูขึ้นนำให้กับทีม

ในนาทีที่ 41 อเกวโร ซึ่งยังไม่ได้โอกาสจังๆเลยก่อนหน้านี้ สามารถสปีดแซง ลอฟเรน ไปเอาบอลลงได้ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะพลิกตัวยิงมุมแคบอย่างเหนือชั้น ทำเอา อลิสซอน หมดปัญญาป้องกัน ซึ่งประตูดักล่าวแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณการทำประตูอันยอดเยี่ยม

น่าเสียดายที่เกมนี้เขามีจังหวะจับบอลแรกพลาดไปบ่อยๆเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นทีมของเขาคงไม่หืดจับขนาดนี้ตอนท้ายเกม
แม้ว่าจะโดนตำหนิเรื่องทัศนคติอยู่เสมอทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร แต่แนวรุกวัย 22 ปีพิสูจน์ให้ทั้งโลกเห็นอีกครั้งว่าเขาคือของจริง โดยเฉพาะความไวและการเลี้ยงบอลอันเป็นเลิศของเขาช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้า 3 แต้มในเกมนี้

ซาเน ได้รับมอบหมายให้ประจำการด้านซ้าย ซึ่งต้องดวลกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งเขาก็ทำได้เหนือกว่า เมื่อสามารถเล่นงานแบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล เสียจนหัวหมุน และทำให้ จอร์จินโย ไวนัลดุม และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ต้องลงมาช่วยอยู่บ่อยครั้ง

ซาเน ยังปิดเกมนี้ด้วยความสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาสามารถทำประตูได้จากการยิงหนีมือ อลิสซอน ชิ่งเสา แถมยังกลายมาเป็นประตูชัยให้ทีมอีกด้วย

ติดตามอ่านต่อที่ https://hostmypics.com/ ได้ทุกวัน

สนใจสมัคร ufabet369  มีโปรเด็ดโดนใจทุกวัน